ดอกสว่านอเนกประสงค์ หรือ ดอกสว่านเกลียว

ดอกสว่านอเนกประสงค์ หรือ ดอกสว่านเกลียว (จริงๆแล้วแปลมาจากคำว่า Twist drill bit) (อาจถือได้ว่า เวลาไปซื้อ “ดอกสว่าน” เราก็จะได้ดอกแบบนี้แหละครับ) เป็นดอกที่มีอยู่อย่างแพร่หลายที่สุดแล้วในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นท่อนเหล็กทรงกระบอกที่ถูกทำการเซาะร่อง(Flutes)เป็นเกลียว ซึ่งทำหน้าที่ดึงเศษวัสดุที่ถูกตัดด้วยขอบ(lip)คมๆที่ปลายดอกสว่าน ออกมาจากรูที่ดอกสว่านเจาะลงไป

ดอกสว่านถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1861 โดย สตีเว่น เอ. มอร์ส (Steven A. Morse) แห่งเมือง อีสต์ บริดจ์วอเตอร์ (East Bridgewater) รัฐแมสซาชูเสท (Massachusetts) แต่เดิมดอกสว่านจะถูกผลิตด้วยวิธีนำแท่งเหล็กมาเซาะร่องสองร่องตามความยาวของแท่งเหล็ก แล้วจึงเอาแท่งเหล็กที่เซาะร่องลงแล้วไปทำการบิด(twist) จนได้ร่องที่มีลักษณะเป็นเกลียว จึงเป็นที่มาของชื่อ Twist drill bit นั่นเอง แต่ปัจจุบันดอกสว่านจะถูกผลิตโดยการนำแท่งเหล็กมาเจียรให้เป็นร่องเกลียวเลยใขั้นตอนเดียว ตัวอย่างอยู่ในวีดีโอด้านล่างครับ (การผลิตดอกเกลียวอยู่นาทีที่ 2.36 นะครับ)

ดอกสว่านแบบนี้สามารถลับคมใหม่ได้เมื่อทื่อครับ แต่ถ้าดอกสว่านมีขนาดเล็ก เขานิยมทิ้งไปเลยเพราะดอกเล็กลับคมได้ยาก ดอกสว่านขนาดใหญ่จะมีจิ๊กพิเศษช่วยในการลับคมครับ

ผู้ผลิตสามารถผลิตดอกสว่านเกลียวชนิดพิเศษได้หลายแบบ ทั้งขนาดและชนิดของวัสดุที่นำมาผลิตเพื่อให้ดอกสว่านเกลียวนั้นๆเหมาะกับการใช้กับสว่านแบบต่างๆ และเหมาะแก่การเจาะวัสดุที่ต้องการ  ดอกสว่านสามารถผลิตได้จากวัดสุสำหรับเครื่องมือ(Tool Material)หลายชนิดมาก แต่วัสดุที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือไฮสปีดสตีล (High Speed Steel) (HSS) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ดอกไฮสปีด นั่นเอง

ดอกสว่านแบบเกลียวจากวัสดุชนิดต่างๆ

เรามาทำความรู้จักกับชื่อเรียกส่วนต่างๆของดอกสว่านแบบนี้กันครับ จะได้เข้าใจตรงกัน โดยผมจะพยายาม อธิบายตามสำคัญในการเลือกใช้นะครับ ชื่อเรียดอกสว่านแบบนี้ บางคำยังใช้เรียกส่วนต่างๆของดอกสว่านแบบอื่นด้วย เพราะฉะนั้น ทำความเข้าใจไว้ก่อนดีกว่า

ชื่อเรียกส่วนต่างของดอกสว่านแบบเกลียว(ทั่วไป)

ในแง่การเลือกใช้งานแบบ ง่ายๆ DIY เบาๆ ให้รู้จักขนาดเหล่านี้ไว้ก็น่าจะพอ ได้แก่

  • Drill Diameter เส้นผ่าศูนย์กลางของดอกสว่าน เป็นค่าขนาดที่เราต้องรู้ที่สุดในการเลือกใช้ดอกสว่าน เพราะเป็นค่าที่กำหนดขนาดของรูที่เราจะเจาะ ดอกสว่านประเภทนี้มีขนาดเส็นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.051มม. จนถึง 89 มม.
  • Shank Diameter คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของก้านดอกสว่าน บางทีก้านดอกสว่านอาจมีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของดอกสว่านเพื่อให้หัวจับดอกสว่าน(chuck)ยังสามารถจับได้  เนื่องจากสว่านรุ่นเล็กๆ บางรุ่นจะจับดอกสว่านที่มีก้านใหญ่ไม่ได้ เราจึงควรเลือกซื้อดอกสว่านที่สว่านเราใช้ได้นะครับ
  •  Body คือขนาดของดอกว่านตั้งแต่ก้านจนถึงปลายดอกสว่าน เป็นตัวกำหนดขนาดความลึกโดยประมาณ(อาจยากกว่านี้ได้เล็กน้อย)ที่เราจะเจาะได้ด้วยดอกสว่านนั้นๆ
  • Over-all length คือขนาดความยาวโดยรวมของดอกสว่าน ซึ่งดอกที่ยาวที่สุดยาวถึง 650 มม. เลยที่เดียว

ส่วนอื่นๆจำไว้ประดับความรู้ก็ได้ครับ ได้แก่

  • Flutes คือร่องบนดอกสว่าน ในดอกที่มีขายทั้วไปจะมีสองร่อง แต่ก็มีแบบที่มีสามร่องและสี่ร่องด้วย ซึ่งดอกสามและสี่ร่องมีข้อดีกว่าในแง่ของการนำเศษวัสดุออกจากรูเจาะได้เร็วกว่า แต่มักจะต้องมีการเจาะนำก่อน เพื่อความเที่ยงตรง
  • Point angle คือมุมที่ปลายดอกสว่าน (ตามภาพ) ในที่นี้จะขอเเรียกว่ามุมเจาะ ซึ่งการเลือกมุมเจาะนี้ ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เราต้องการจะเจาะ ยิ่งวัสดุมีความแข็งมาก ขนาดมุมเจาะต้องมากตามไปด้วย ยิ่งเป็นวัสดุเนื้ออ่อน มุมเจาะต้องยิ่งน้อย (ดอกสว่านต้องแหลมกว่า) เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อวัสดุฉีกยุ่ย
    มุมเจาะขนาดต่างๆกับการเจาะวัสดุที่เหมาะสม

    มุมเจาะ 118° เป็นมุมเจาะที่นิยมใช้ที่สุด สามารถใช้เจาะวัสดุได้หลากหลาย เช่น ไม้, โลหะบางชนิด, พลาสติกลามิเนต เป็นต้น
    มุมเจาะ 90° เหมาะกับการเจาะไม้ ทองเหลือง  ยางเนื้อแข็ง โหละเนื้ออ่อน และปานกลาง เช่น  อลูมิเนียม, ทองเหลือง, สังกะสี เป็นต้น
    มุมเจาะ 135° เหมาะกับการเจาะวุสดุเนื้อแข็ง เช่น เหล็กเนื้อแข็ง สเตนเลส, เหล็กอัลลอย เป็นต้น

    ดอกสว่านที่มีมุมเจาะกว้างๆ

    กลับไปหน้า “ดอกไหนดี?”
    กลับไปหน้า “ดอกสว่าน เดอะซีรีส์”

Advertisements

One comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s