เรื่องราวของปลื้ม

IMG_1627

เรื่องของปลื้ม (เล่ายาวนะ เตือนไว้ก่อน)
ผมเป็นคนชอบประดิษฐ์สิ่งของต่างๆมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นของจากกระดาษ แกนกระดาษ สิ่งของเหลือใช้อย่างขวดพลาสติก หรือโฟมรูปร่างต่างๆที่มักจะมากับการบรรจุกล่องสินค้า ตอนผมอยู่ ป.2-3 ผมมีโอกาสได้เรียนวิชางานไม้เป็นครั้งแรก คุณครูให้ใช้แค่เลื่อยฉลุกับกระดาษทราย แต่สิ่งที่ผมจำได้ คือความรู้สึกดี เวลาที่เราอยากได้ของสักชิ้น ที่มันแข็งกว่ากระดาษ ใช้อะไรได้มากกว่ากระดาษ เราก็สามารถจะทำมันขึ้นมาด้วยตัวเอง นั่นอาจจะเรียกว่า เป็นจุดเริ่มต้นการทำ “งานไม้” ของผม แต่หลังจากเลิกเรียนวิชางานไม้ ผมก็ไม่ได้จับเลื่อยทำอะไรเลย

พอถึงช่วง ม.3 ได้เรียนวิชากระบี่กระบอง ผมและเพื่อนซี้ชอบฟันดาบสู้กันที่บ้าน (ฟันดาบเล่นๆ แต่เจ็บจริงๆ) บวกกับการการเล่น FinalFantasy และ อ่านซามูไรพเนจร ผมเริ่มหันมาชื่นชอบการออกแบบอาวุธแฟนตาซี

สมุดออกแบบดาบเล่มจริงจังของปลื้ม
สมุดออกแบบดาบของปลื้ม

แต่จะให้ออกแบบอย่างเดียวก็ไม่สนุก ผมจึงเริ่มสร้างอาวุธที่ผมเป็นคนออกแบบ ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ซึ่งถ้าเพื่อนๆอยากเห็นตัวอย่างอาวุธที่ผมทำก็ลองเข้าไปดูตามลิ้งนี้ได้ครับ
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.432581656889098.1073741860.152687311545202&type=3
ถึงแม้จะเป็นงานที่ผมชอบมาก แต่ก็มักจะมีคนถามผมอยู่เสมอๆว่า จบไปจะเอาไปทำอะไรได้?
หรือไม่ผมก็มักจะถูกเพื่อนเรียกว่า
“บ้า” บ้างล่ะ
“เกิดผิดยุค” บ้างล่ะ
“ไร้สาระ”บ้างล่ะ
แรกๆผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนักว่าใครจะพูดอะไร แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก เมื่อเริ่มใกล้ถึงเวลาที่จะต้องเลือกว่าจะเข้าคณะอะไร ผมเริ่มนำคำพูดของคนอื่นกลับมาคิด

นั่นสินะ เราจะเอาความสามารถพวกนี้ไปทำ “อาชีพ” อะไร?
ช่างไม้?
ช่างตีดาบ?
ตอนนั้นผมนึกไม่ออกจริงๆ ใครจะไปต้องการทักษะที่ผมอยากจะมี และผมคงไม่เป็นช่างแน่ๆ
แล้วชีวิตผมก็ต้องผกผัน ดราม่า เมื่อปัญหาเศษรฐกิจเข้าโจมตี ครอบครัวผม “ล้มละลาย” ทำให้จากที่ผมเคยอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่มากๆ ให้ทำงานเลอะเทอะได้ กลับต้องไปอยู่ในห้องคอนโดแบบสตูดิโอ ไม่สามารถทำงานไม้ได้อีกต่อไป หรืออย่างน้อย นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดในเวลานั้น
และสุดท้าย สมุดออกแบบของผมก็ไม่มีผลงานอะไรเพิ่มอีกต่อไป

แต่ก่อนผมเคยโทษโชคชะตา โทษพ่อ โทษแม่ โทษสิ่งแวดล้อม 
ผมไม่เคยตั้งคำถามว่า ผมทำอะไรได้บ้าง จนวันที่ชีวิตผกผัน สมองจึงเริ่มทำงาน

สุดท้ายผมเลือก

เข้าสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาคการออกแบบอุตสาหกรรม เพราะน่าจะใกล้ๆกับสิ่งที่อยากทำที่สุด…. ที่พอจะเป็นอาชีพ ที่ผมน่าจะอยากทำ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เพราะผมคิดแค่ว่า มหาลัยรัฐ จะค่าเทอมไม่สูงมาก และจุฬาฯมันใกล้บ้าน ประหยัดค่าเดินทาง ไม่ต้องเช่าหออยู่ แค่นั้นเลย

ผมจบมัธยมด้วยเกรดเฉลี่ย 2 จุดจุ๋มจิ๋ม

ผมเลือก ภาคการออกแบบอุตสาห์กรรม

ที่นั่น ผมได้มีโอกาสเรียนวิชาช็อปไม้อยู่ 1 เทอมถ้วน ก็ไม่ได้ใช้เครื่องมืออะไรมาก และก็จำอะไรไม่ค่อยได้จากวิชานั้นสักเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นผมเลิกคิดว่าจะเป็นนักสร้างงานแบบนี้ไปแล้ว

เวลาที่เราไม่ได้ตั้งใจ บางโอกาสจะผ่านหน้าเราไป โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

จนเมื่อผมเรียนจบ ก็ตัดสินใจไปทำงานประจำ (ออกแบบกราฟฟิก) อยู่พักหนึ่ง ค้นพบว่า ผมไม่สามารถทำงานประจำได้จริงๆ ผมทนการนั่งรอคำสั่งไม่ได้ ทนการถูกปฏิบัติแบบแบ่งแยกชนชั้นไม่ได้ ผมคิดว่าผมโชคดีมากๆ ที่ได้เจ้านายที่ทำให้ผมได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น ผมจึงตัดสินใจ ลาออกจากงานประจำ

ถ้าคุณไม่ชอบงานประจำ อย่ามัวแต่ว่าบริษัท ด่าเจ้านาย
จงคิดว่าจะเอาไงต่อ แล้วก็ลาออกซะ

ผมเลือก ที่จะออกมารับงานออกแบบเป็น  free lance  อยู่ประมาณปีหนึ่ง โดนหลอก โดนโกง บางงานทำเป็นเดือน ลูกค้าเบี้ยวเงินก็มี เจ็บหนักที่สุดก็ปีนี้แหละ ทำเอาเกือบจะหมดศรัทธาในเพื่อนมนุษย์เลยทีเดียว

พอดีมีเพื่อนชวนไปทำการเกษตร (ทำไร่นั่นแหละ) ไอเราก็เบื่อกรุงเทพเต็มทนแล้วก็เป็นคนชอบธรรมชาติอยู่แล้วด้วย ใฝ่ฝันว่าอยากจะปลูกผักกินเองมานานแล้ว ก็เลยขอลองไปทำไร่ ทำสวนเสียหน่อย

IMG_9963
เข้ารกเข้าพง

ที่นี่เอง ที่ผมได้เริ่มกลับมาทำงานออกแรงอีกครั้ง สร้างของต่างๆไว้ใช้ในไร่ และที่พัก
ที่นี่เอง ที่ผมเริ่มซื้อเลื่อยวงเดือน ซื้อเร้าเตอร์ มาลองใช้
และที่นี่เอง ที่ผมเริ่มศึกษางานไม้จริงจังมากขึ้น

IMG_0278
ที่ตากรองเท้าบู๊ท
IMG_0308
ตอนนั้นเพิ่งซื้อโต็ะทำงานและสว่านไร้สาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นช่วงชีวิตที่เหนื่อย แต่มีความสุขมากๆของผมเลยก็ว่าได้

แต่สุดท้าย ชีวิตของผม ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพอีกครั้ง ด้วยความจำเป็นต่างๆนาๆ
กลับมาอยู่ที่ห้องคอนโดไม่เล็กไม่ใหญ่ห้องเดิม
ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เอาไงต่อ?”
การที่ได้ทำงานไม้และสร้างของต่างๆ มันทำให้ผมมีความสุข แต่ผมคงไม่เป็นช่างแน่ๆ
แล้วจะเป็นอะไร?

ผมค่อยๆค้นพบความจริงที่ว่า มีคนอีกหลายคนที่ชอบทำของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ พรอพ และของใช้ในบ้าน (ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ต) และบางคนถึงขนาดทำมันเป็นอาชีพหลัก อาชีพที่คนอื่นรวมทั้งผมเองก็คิดไม่ถึง

ผมชอบเรียนรู้จาก ยูทูปของเมืองนอก จากอินเตอร์เน็ต และหนึ่งในความฝันของผมมานาน คือการมีช่องยูทูปเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะได้บอกเล่าสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ให้คนอื่นๆได้รู้บ้าง ผมต้องทำอะไรซักอย่างกับความฝันที่ค้างคาของผมเสียที ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนห้องคอนโดของผม ให้กลายเป็น Workshopเล็กๆ ที่ผมสามารถทำงานไม้ได้

เมื่อความคิดเปลี่ยน ห้องเล็กๆที่เดิมดูไม่น่าทำอะไรได้ ก็ดูเหมาะสมกับการเริ่มต้นขึ้นมาทันที

และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ MeplusChannel และ MeplusHobby

แต่จะทำฝันให้สำเร็จ มันไม่ง่ายเลยครับ
บทเรียนจากเรื่องราว การออกแบบอาวุธของผมสอนให้ผมรู้ว่า บางครั้งสิ่งที่คุณทำคนอื่นอาจจะมองว่าแปลก เพราะเขาอาจใช้ชุดความคิดเดิมที่เขามี คำถามคือ คุณมองมันอย่างไร คนที่ทำสิ่งแปลกๆ อย่างตั้งอกตั้งใจก็มีอนาคตที่สดใสได้ตั้งมากมาย เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพบสิ่งที่คุณรักจะทำแล้ว ขอให้ลองลงมือ เรียนรู้และตั้งใจกับมัน คุณอาจจะค้นพบคำตอบที่คนอื่นไม่รู้แต่คุณค้นพบมันด้วยตัวเองก็เป็นได้
ผมทำยูทูป แบบไม่ได้ตัง อยู่อดๆอยากๆ อยู่หกเดือนเห็นจะได้ จนวันนึง มีเพื่อนผู้น่ารักคนนึงของผม บอกกับผมว่า มีพี่ที่บริษัท Bit Studio เค้ากำลังหาคนทำตู้หรืออะไรสักอย่าง ผมเองก็ไม่เคยทำงานไม้จริงๆจังๆเลยสักงาน ก็ได้แต่ตอบเค้าไปว่า “อยากทำนะ แต่เราไม่เคยทำ”  แต่สุดท้าย พี่ที่ Bit Studio ก็ให้โอกาสผมได้ทำงานให้เขา และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมย้ายมาทำ  WorkShop ที่ใหญ่กว่าเก่าเพื่อที่เราจะทำงานให้เขาได้ นอกจากนั้นผมยังได้ค่าจ้าง และที่สำคัญที่สุด คือประสบการณ์ในการทำงานจริงๆ

และยังมีอีกหลายๆคนที่ ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ แม้หลายๆคนอาจจะไม่ได้อยากเปิดเผยตัวในที่นี้ 555 แต่ผมต้องขอขอบคุณทุกๆคนจริงๆ ครับ

ขอบคุณ Mr. P
ขอบคุณ พี่โอ วิทยา จันมา
ขอบคุณ เพื่อนๆทุกคนที่ทำให้เกิด Meplus ขึ้นมาได้
และที่สำคัญ ขอบคุณ เพื่อนๆแฟนๆรายการทุกคนที่ติดตามชมครับ

และนั่นก็เป็นเรื่องราว ย่อๆของผมครับ
ผมอยากให้คนที่อยากทำอะไรเองรู้ว่า คุณก็ทำได้ และอยากจะถ่ายทอดสิ่งที่ผมเรียนรู้มา และสิ่งที่ผมรักให้คนอื่น เพราะผมก็เรียนรู้มาจากสิ่งที่คนอื่นแบ่งปันมาเช่นกัน ผมเชื่อว่าถ้าเราแบ่งปันกัน มันน่าจะเกิดสังคมของผู้ที่ชอบทำเองมากขึ้นเราจะสามารถพัฒนาความรู้และทักษะของเราได้เร็วขึ้น

ผมหวังว่า Meplus จะเป็นที่ให้ความรู้ ให้แรงบันดาลใจ ให้เพื่อนๆได้ ไม่มากก็น้อยนะครับ

รักนะ จุ๊บๆ
จากปลื้ม