ใบเลื่อยวงเดือน

เช่นเดียวกับเลื่อยมือที่เราเคยพูดไปใน “ตอนที่ 3 ก็…เลื่อยๆ”  ใบเลื่อยวงเดือนก็จะแบ่งเป็นหลายประเภท แยกตามประเภทวัสดุที่เราตัด โดย Meplus ได้พยายามรวบรวมข้อมูลที่สำคัญต่อการเลือกใช้ใบเลื่อยวงเดือนมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ

ขนาด

ขนาดของใบเลื่อยที่เราเลือกใช้ จะขึ้นอยู่กับรุ่นของเลื่อยที่เราใช้นะครับ เพราะฉะนั้นก่อนจะไปซื้อใบเลื่อยใบใหม่ จดขนาดของใบเลื่อยสำหรับเลื่อยของคุณเอาไว้ด้วย ซึ่งขนาดที่คุณควรรู้คือ

  1. เส้นผ่านศูนย์กลางรอบนอก (blade diameter) โดยทั่วไปมีให้เลือกตั้งแต่ 4-12 นิ้ว
  2. เส้นผ่านศูนย์กลางรูเพลา (arbour size) จะมีหลายขนาด เช่น 20, 25 หรือ 30 มม. เป็นต้น
ตารางขนาดของใบเลื่อยที่ใช้กับยี่ห้อต่างๆ ข้อมูลมาจากหลังฉลาก ของใบเลื่อย VOREX

ชนิด

ใบเลื่อยแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน และถูกออกแบบมาให้ใช้กับวัสดุที่แตกต่างกัน สิ่งที่เพื่อนๆควรรู้ก่อนที่จะเลือกใบเลื่อยที่เหมาะกับวัสดุที่เราจะตัดคือ ชื่อเรียกส่วนประกอบต่างๆ เพราะส่วนประกอบเหล่านี้เองที่เป็นตัวบ่งชี้ว่า ใบเลื่อยนั้นๆเหมาะจะใช้ตัดอะไร (ชื่อภาษาไทย เป็นชื่อที่ Meplus แปลเอาเองนะครับ)

1. จำนวนฟัน :  ในขณะที่ใบเลื่อยตรงๆ (เช่นเลื่อยมือ หรือเลื่อยจิ๊กซอ) เราดูความละเอียดของใบเลื่อย เป็น “ฟันต่อนิ้ว” หรือ “teeth per inch” (ที่เราพูดในตอนที่สาม) แต่ในเลื่อยวงเดือนนั้นความยาวเส้นรอบวงของใบเลื่อยเป็นขนาดตายตัวอยู่แล้ว  เราจึงบอกแค่จำนวนฟันก็พอ แต่อย่าลืมว่า ใบเลื่อยขนาดเล็ก ก็จะมีเส้นรอบวงเล็กไปด้วย นั่นแปลว่า ใบเลื่อย 10 นิ้ว 40 ฟัน จะหยาบกว่า ใบเลื่อย 7 นิ้ว ที่มีจำนวนฟันเท่ากัน และเช่นเดียวกับฟันเลื่อยมือ ที่ยิ่งฟันน้อยก็ย่ิงตัดได้เร็ว แต่จะได้ผิวงานไม่เรียบร้อย เท่ากับตัดด้วยฟันที่ถี่กว่า

2. ลักษณะของฟัน : โดยทั่วไปนิยมใช้กันอยู่ สี่แบบ ได้แก่

  • Flat Top Grind (FTG) หรือฟันแบบปลายเรียบ บางครั้งเรียกว่า Rakers : ใบเลื่อยแบบนี้จะตัดไม้ด้วยลักษณะคล้ายสิ่วเล็กๆจำนวนมาก มีการกัดไม้และคายไม้ได้เร็ว ตัดขวางเสี้ยนไม้ได้ไม่เรียบร้อยมาก เหมาะกับการโกรกไม้(ตัดตามเสี้ยน)มากกว่า ใบแบบนี้จะทนกว่าใบ ATB
  • Alternate Top Bevel (ATB) หรือฟันแบบเอียงสลับ : ฟันแบบนี้จะเอียงสลับกันไปมา และตัดผ่านไม้เหมือนใบมีดเล็กๆ มากกว่าสิ่ว จึงเฉือนเส้นใยของไม้ได้ดีกว่า เหมาะกับการตัดขวางเสี้ยนมากกว่า ใบอเนกประสงค์ส่วนใหญ่ที่เราได้มาพร้อมกับเลื่อยมักจะเป็นใบแบบนี้
  • Combination (ATBR) (คือ ATB+Rakers) หรือฟันแบบผสม : ใบแบบนี้จะมีฟันเลื่อยแบบที่ประกอบด้วยชุดฟัน ชุดละ 5ซี่ โดยจะเป็น  ATB 4 ซี่  FTG 1 ซี่ ฟันชุดแบบนี้ จะทำให้เราได้ท้องคลองเลื่อยที่เรียบร้อยกว่า เนื่องจากมีฟัน TFG คอยเก็บท้องคลองเลื่อยให้ได้เหลี่ยมสวยงามเสมอ
  • Triple-Chip Grind (TCG) หรือ ใบตัดพลาสติกและอลูมิเนียม (อันนี้ไม่รู้จะแปลตรงตัวว่าอะไร เอาชื่อตามหน้าที่ไปละกันนะ) : ใบแบบนี้จะมีจุดเด่นตรงที่ความทนทานของฟันเลื่อย โดยจะมีฟันที่ทำมุมทั้งสองด้านของฟัน ทำหน้าที่กัดวัสดุออกบางส่วนก่อน สลับกับ ฟันแบบ FTG ที่ตามเก็บความเรียบร้อยของคลองเลื่อยอีกที ใบแบบนี้ใช้ในการตัดพลาสติกเช่นอะคริลิกได้ดี เนื่อยจากไม่ทำให้เกิดการแตก หรือกระเทาะ ระหว่างตัด


3. มุมของฟัน (Hook, Rake) : เป็นมุมของฟันเลื่อยแต่ละซี่ที่ทำมุมกับเส้นผ่านศูนย์กลางของใบเลื่อย มุมนี้จะเป็นตัวกำหนดความรุนแรงในการกัดวัสดุของใบเลื่อย ยิ่งมุมมากก็ยิ่งกัดได้เร็ว แต่ก็มีโอกาสทำให้ชิ้นงานเสียหาย หรือไม่เรียบร้อยได้มาก แต่ยิ่งองศาน้อยก็ยิ่งต้องออกแรงส่งชิ้นงานมาก ซึ่งดีต่อการใช้กับเลื่อยองศาหรือเลื่อยรัศมี เพราะมันช่วยป้องกันการถีบกลับของไม้ได้ดีกว่า

การเลือกใช้

คิดว่าคงพอได้แนวทางการเลือกใช้ใบเลื่อยวงเดือนกันนะครับ ตอนนี้ Meplus มีข้อมูลประมาณนี้ก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรจะมาอัพเดทอีกที ขอบคุณที่ติดตามชมครับผม

ข้อมูลอ้างอิง

http://www.woodcraft.com/articles/691/choosing-the-right-table-saw-blades.aspx
http://www.popularwoodworking.com/projects/essential-tablesaw-blades
http://www.woodworkingtalk.com/f12/circular-blade-terminology-42838/

Advertisements

2 comments

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s