หนึ่งนิ้วมีกี่หุน?

คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมได้ยินบ่อยมากๆ จริงๆ ถ้าตอบตามความเข้าใจทั่วไปของคนไทย มันก็ตอบได้ไม่ยากครับ (ยังไม่ตอบให้นะ ไปอ่านก่อนนะเด็กๆ) แต่เมื่อปีที่แล้วผมได้มีโอกาสอ่านบทความ บทความหนึ่ง ซึ่งช่วยไขข้อสงสัยในใจของผมที่มีมานาน ถ้าเพื่อนๆลองสังเกต ผมจะไม่ได้ใช้คำว่าหุนในรายการมาสักพักแล้ว ก็เพราะอ่านบทความนี้นี่แหละ ผมว่ามันสมเหตุสมผลเอามากๆ ถ้าเราฟังชาวต่างชาติพูด เราจะรู้ว่า ภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีคำว่า “หุน” เค้าเรียกเศษส่วนของนิ้ว เป็นเศษส่วนเท่านั้น เช่น “หนึ่งส่วนแปดนิ้ว”

บทความนี้เป็นบทความที่ค่อนข้างยาว แต่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ และผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ แต่ด้วยความที่ผมกลัวว่า วันนึงมันจะหายไปจากพันทิป ผมจึงอยากขอเอามาแชร์ และสรุปไว้ในเว็บของเราด้วย โดยจะยกส่วนที่น่าสนใจมาแปะไว้

เพื่อนๆสามารถอ่านบทความเต็มๆได้ที่บทความที่มีหัวข้อว่า “จะเป็นอย่างไร? หากผมบ้าพอที่จะบอกคนไทยว่า ใน1Inch ไม่มีหุน ,10หุน เท่ากับ 1นิ้ว และ 1นิ้วเท่ากับ 2.083 cm”  โดยคุณ Mr.Sagittarius ครับ

"เรื่องของเรื่องก็คือ ในมาตราวัดความยาวของอังกฤษนั้น หน่วยที่เล็กที่สุดก็คือ นิ้ว(Inch) ใหญ่ที่สุดคือไมลล์  ไม่ได้มีการแบ่งนิ้ว(Inch) ออกเป็นหุน อย่างที่คนจำนวนมากเข้าใจ แต่จะแบ่งตามในรูปเศษส่วน ของนิ้ว(Inch)  ส่วนเรื่องของหุนนั้น  10หุน ถึงจะเท่ากับ 1นิ้ว แต่เป็นมาตราวัดความยาวของจีน 10หุน(分หรือ fēn) เท่ากับ 1นิ้ว(寸 หรือ cùn) ซึ่งบางคนอ่านจีนกลางออกอาจจะพอรู้บ้างว่าทำไมถึงอ่านอย่างนั้น

ทีนี้ หน่วยที่เล็กที่สุดของอังกฤษ ก็คือนิ้ว  แต่เมื่อดูมันจริงๆแล้ว มันก็ยัง หยาบ และใหญ่มาก เวลาใช้งานในส่วนของสิ่งของที่เล็กลงมา จึงใช้วิธีการแบ่งออกให้เล็กลง ซึ่งมักทำการแบ่ง ทีละครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ได้ง่ายต่อการบอกขนาดสิ่งของนั้นๆที่ใช้วัด  เช่นว่า
           ของสิ่งนี้ มีขนาดเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของนิ้ว
           ของสิ่งนี้มีขนาด ครึ่งหนึ่ง ของ ครึ่งหนึ่งของนิ้ว
      
           และเมื่อเอามาเขียนในรูปของตัวเลข ก็จะได้ ครึ่งหนึ่งก็คือ 1/2  หรือ 
           ครึ่งหนึ่ง ของ ครึ่งหนึ่ง ก็คือ (1/2)/2  หรือก็คือ 1/4  นั่นเอง

           หรือถ้าใหญ่กว่าครึ่งล่ะ เช่น เกินกว่าครึ่งมาอีกครึ่งของครึ่งล่ะ ก็จะแบ่งครึ่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยทำการบวกครึ่งของครึ่งที่เหลือเข้าไป หรือก็คือการแบ่งนิ้วออกเป็น  1/2 + (1/2)/2 หรือก็คือ 1/2 +1/4 หรือก็คือ 2/4 + 1/4 หรือก็คือ 3/4 นั่นเอง"

เจ้าของบทความยังเขียนอธิบายเรื่องของหน่วยมาตรฐานอังกฤษ และหน่วยมาตรฐาน SI อีกด้วย เพื่ออธิบายว่า ทำไมเราจึงเขียนส่วนที่เล็กกว่านิ้ว ในรูปแบบเศษส่วน แทนที่จะเป็นจุดทศนิยม (เนื่องจากไม่เกี่ยวกับความเข้าใจผิดเรื่องหุนโดยตรง ผมจึงไม่ได้ยกมา เข้าไปอ่านเองนะจ๊ะ)

ต่อมาเจ้าของบทความยังได้อธิบายถึงที่มาของคำว่า “หุน” ไว้ว่า

"หุน" หรือภาษาจีนเขียนว่า 分 อ่านออกเสียงว่า fēn  แต่เมื่อค้นต่อไป พบว่า การออกเสียง เป็นการออกเสียงแบบชาวจีนฮกเกี้ยน

แต่เดิมมา มันคงมาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย คือ 10 หุน เท่ากับ 1 นิ้ว แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่โดน "คนสยาม" หรือลูกหลานชาวจีนเอง ฟาดด้วย "ไม้บรรทัดอังกฤษ" จนหายไปสอง เหลือแปดพิกลพิการติดไปกับไม้บรรทัดอังกฤษ จะเป็นอังกฤษก็ไม่ใช่ เพราะเจ้าของตัวจริงก็บอกว่าไม่ใช่  จะเป็นจีนก็ไม่ เพราะไม่สมประกอบที่จะเป็นหน่วยวัดจีน ยังคงพิกลพิการ เป็นที่รองรับใช้ของชาวสยามอยู่จวบจนทุกวันนี้ อย่างที่คนในปัจุบันเข้าใจ"

แหล่งที่มาของหน่วยวัดความยาวของจีน

"ในบรรดาความยาวของหน่วยวัดนิ้ว ที่กล่าวมา นิ้วไทยสั้นที่สุด คือ 2.083333 เซนติเมตร ของอังกฤษ 2.54 เซนติเมตร และ ของจีนยาวที่สุด คือ 3. 33333 เซนติเมตร"

แหล่งที่มาของหน่วยวัดความยาวของไทย

ผมเชื่อว่าหลายๆคน พออ่านถึงตรงนี้คงจะงุนงงและเลิกอ่านไป  อย่าเพิ่งงงนะครับ ค่อยๆอ่านให้ดีๆ ผมคิดว่าผู้เขียนต้องการตั้งหัวข้อให้น่าสนใจ มันเลยอาจจะดูสับสนไปเสียหน่อย เดี๋ยวผมสรุปให้ฟังอีกที ว่าที่ผ่านมาเราเข้าใจอะไรถูกหรืออะไรผิด

แล้วถ้าจะใช้ผิด มันก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า??

          หลายคนอาจจะคิดว่าไม่ได้มีกฏหมายห้ามไว้หรือเปล่า  ฉันจะใช้อย่างนี้ ใครจะทำไม ดังนั้นจึงต้องไปดูตามกฏหมายกันอีกที ซึ่งตาม พระราชบัญญัติชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542

แหล่งที่มา พระราชบัญญัติชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542

ในท้ายบทความผู้เขียนได้ยกหัวข้อกฏหมายเรื่องการบังคับใช้หน่วยสากลเพื่อแสดงให้เห็นความสำคัญของการใช้หน่วยที่ถูกต้อง แต่สำหรับผม ผมคิดว่ากฏหมายเองก็อาจจะไม่ได้ถูกนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่นัก ส่วนตัวผมคิดว่า เราควรเรียนรู้เรื่องนี้ให้ถูกต้อง เพื่อให้มันถูกต้อง (ฟังแล้วงงไม่เป็นไรนะ) ผมเข้าใจดีว่า การปรับเปลี่ยนความเคยชินเดิมๆเป็นเรื่องยากนะ อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยๆกัน

สรุปให้ฟัง ภาษานาย Meplus ง่ายๆนะครับ

ประเด็นที่ผมสนใจคือ คำว่า “หุน” มันจากไหน ใครเป็นคนกำหนด ทำไมนอกจากคนไทยแล้ว ผมไม่เคยเห็นฝรั่งใช้เลย ผมสรุปได้ความว่า

หน่วยที่เราใช้กันเป็น “นิ้ว” นั้นเป็นหน่วยของอังกฤษ

ซึ่งนอกจากหน่วยอังกฤษแล้ว ยังมีหน่วย “นิ้ว” ของ จีน และไทย (โบราณ) อีกด้วย ซึ่งแต่เดิมที่เราทำๆกันจนเคยชินคือ เราเอาคำว่า “หุน” ซึ่งเป็นหน่วยวัดของจีน มาแบ่งย่อย “นิ้ว” ที่เป็นหน่วยอังกฤษ ถามว่าใช้ได้ไหม มันก็ใช้ได้ เพราะคนทั่วไปก็เข้าใจแบบนั้น แต่อย่างที่ผมงงมาเสมอ ว่า “หุน” มันมาจากไหน เพราะมันไม่ได้อยู่ในหน่วยสากลใดๆ

บนไม้บรรทัด ตลับเมตร และอุปกรณ์ การวัดมาตรฐานของเราๆ เราจะอ่านค่าได้ว่า 1 นิ้ว = 25.4 มม. ( ซึ่ง 1 นิ้ว เป็นหน่วยอังกฤษ = 25.4 มม. ซึ่งเป็นหน่วย SI) ซึ่งถูกต้องแล้วตามสากล ที่ผิดตลอดมา คือเราไม่ควรแบ่งนิ้ว (อังกฤษ) เป็น หุน (จีน) เพราะมันคนละเรื่องกันเลย เพราะปัจจุบันก็ไม่มีใครใช้ขนาดของนิ้วในหน่วยจีนอยู่แล้ว เวลาเราพูดว่า “นิ้ว” นั่นหมายถึงนิ้วอังกฤษ

เป็นเรื่องที่ Thailand Only นะจ๊ะ (แต่บางเรื่องไม่ต้องเป็นเอกลักษณ์มากก็ได้)

ขอสรุปอีกครั้ง นิ้ว กับ หุน ที่เราใช้ๆกัน ไม่ว่าคำว่าหุนจะมาจากไหน ที่แน่ๆ คือมันเป็นคนละหน่วยกัน ใช้ร่วมกันมิได้ หนึ่งหุนแท้จริงแล้วไม่ได้มีขนาดเท่ากับ หนึ่งส่วนแปดนิ้ว(อังกฤษ)

ส่วนตัวผมไม่ค่อยได้ใช้หน่วยนิ้วอยู่แล้ว เพราะมันไม่ค่อยละเอียด และวัดยาก แต่ถ้าไหนๆจะใช้ ก็ใช้ให้มันถูกต้องตามหลักสากลซะหน่อย
แน่นอนการพูดคำว่า “หนึ่งหุน” มันง่ายกว่าการพูคำว่า “เศษหนึ่งส่วนแปดนิ้ว” อยู่แล้วครับ แต่อย่างน้อยเวลาเราอ่านข้อมูล หรือดูวีดีโอต่างชาติ เราจะได้เข้าใจหน่วยอย่างถูกต้อง  และเวลาต่างชาติมาซื้อของเมืองไทย จะได้ไม่ต้องมานั่งทำความเข้าใจกับหุนนะ (555 ขำๆนะ ไม่รู้จะหาเหตุผลไรละ)

รายละเอียดเพิ่มเติม ยังมีให้อ่านอีกมากในบทความต้นฉบับครับ โปรดสละเวลาเข้าไปอ่านกันสักนิด โดยส่วนตัวของผม ผมคิดว่า มันเป็นข้อมูลที่สมเหตุสมผลที่สุดที่ผมเคยได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับ “หุน” เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเคยอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังได้อย่างชัดเจนเลย เป็นหน่วยที่ผมเองไม่เข้าใจมานาน(ไม่ได้ไม่เข้าใจว่า 1 นิ้วแบ่งเป็นแปดหุน แต่ไม่เข้าใจว่า มันมาจากไหน ทำไมไมเคยเห็นสากลเค้าใช้กัน) สุดท้าย ในฐานะของคนที่มีอำนาจการสื่อสารอยู่ในมือ(บ้าง) ผมจึงตัดสินใจเลิกใช้หน่วยหุน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของคนทั่วไปมากขึ้น แต่ผมคงจะไม่อธิบายเรื่องพวกนี้หรือห้ามไม่ให้ใครใช้นะครับ เพราะมันใช้มานานจนไม่ใช่ความเข้าใจแล้ว มันกลายเป็นความเชื่อไปละ มันละเอียดอ๊อน ละเอียดอ่อน อย่างไรก็ดี ผมต้องขอขอบคุณเจ้าของบทความต้นฉบับผู้ใช้นามปากกาว่า Mr.Sagittarius อีกครั้งด้วยนะครับ

Advertisements

One comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s