เครื่อง หรือ มือ?

เป็นคำถามที่ได้รับบ่อยๆ ว่าในการเริ่มทำงาน DIY กับวัสดุที่แข็งเกินกว่ากรรไกรและคัตเตอร์จะตัดได้ เช่น พลาสติก ไม้ แก้ว หรือ โลหะ เราควรจะมีเครื่องมือมากขนาดไหน ซึ่งถ้าคุณติดตามรายการของผมผ่านทาง http://www.youtube.com/MeplusHobby คุณคงจะเห็นว่าที่สตูดิโอของผมมีเครื่องมือมากมายก่ายกอง หลายคนอาจจะสงสัยว่า “เอ๊ะ เราต้องมีเครื่องมือมากขนาดนั้นเลยหรือ?” คำตอบคือ ไม่เลยครับ จริงๆมีเครื่องมือไม่กี่ชิ้นก็ทำงาน DIY ได้แล้ว ถ้าคุณเข้าใจหลักการง่ายๆดังต่อไปนี้

Screen Shot 2016-08-10 at 15.54.48

ในการทำงานใดก็ตาม เราต้องใช้สามอย่างที่สำคัญ คือ
1. ทักษะ
2. เวลา
3. เครื่องมือ (งบประมาณ (เงิน))
ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทดแทนกันได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเรามีทักษะน้อย เราก็ค่อยๆทำ ใช้เวลาเยอะหน่อย ถ้าเราไม่มีเวลามากเราสามารถใช้ทักษะและเครื่องมือทุ่นแรง ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นได้ หรือถ้าเราไม่มีเครื่องมือเยอะ สิ่งที่เราต้องมีคือเวลาและทักษะนั่นเอง แปลว่าจะมีเครื่องมือเยอะหรือน้อย ขึ้นกับความต้องการของคุณเลย ดังนั้นเหตุผลที่ผมมีเครื่องมือเยอะ ก็เพราะผมฝีมือน้อยนั่นเอง 555 แถมผมยังไม่ค่อยมีเวลาและความถึกมากพออีกด้วย

โดยส่วนใหญ่เครื่องมือต่างๆ (แทบทุกเครื่องมือ ยกเว้นชุดเกราะไอร่อนแมน) ใช้พลังงานจากแหล่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. มือ! (hand) เป็นพลังงานที่พื้นฐานที่สุด เงียบที่สุด ถ้าคุณไม่ส่งเสียงตอนออกแรงอะนะ เครื่องมือไม่แพง ได้กล้าม และถ้าคุณทำงานตอนกลางวันมีแสงธรรมชาติมากพอ คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเข้าถึงไฟฟ้าอีกด้วย การเริ่มต้นด้วยการใช้ Hand Tools นั้นเป็นการฝึกความอดทน และความละเอียดของการทำงานได้ดี เป็นเครื่องมือที่หลายคนมักจะกล่าวว่า ทำให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงจิตวิญญาณของช่างฝีมือกันเลยทีเดียว!

2. ไฟฟ้า (electric) เป็นพลังงานที่ถือว่าเราเข้าถึงได้ง่าย ให้พลังงานเครื่องมือได้หลากหลายมาก และให้กำลังได้ดีมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องมือที่ใช้แรงมือแล้วเครื่องมือไฟฟ้าถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ง่ายและประหยัดเวลากว่ามาก แต่แน่นอนว่า ใบมีดที่เคลื่อนไหวด้วยกำลังไฟฟ้านั้นมีความเร็วและก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายกว่าเช่นกัน จึงอาจไม่เหมาะกับคนโก๊ะๆ ไม่ค่อยมีสติสตังสักเท่าไหร่นัก เครื่องมือไฟฟ้ายังสามานถแบ่งออกได้เป็นอีกสองประเภทใหญ่ คือ

  • แบบมีสาย หรือใช้ไฟบ้าน
  • แบบไร้สาย หรือใช้แบทเตอรี่

3. ลม (pneumatic) เป็นพลังงานที่ได้จากลมที่อัดความดันโดยเครื่องอัดความดัน มีข้อดีกว่าเครื่องมือไฟฟ้าตรงที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและเบากว่า เพราะไม่ต้องมีมอร์เตอร์อยู่ด้านใน ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ ไม่ช๊อต เครื่องมือดูแลง่ายกว่า ทนกว่า แต่มีข้อเสียคือจำเป็นต้องมีเครื่องอัดความดันใหญ่โต และต้องเดินระบบท่อลมให้ทั่วทั้งช็อป

4. เครื่องยนต์ (engine) โดยส่วนใหญ่ใช้น้ำมัน มีทั้งดีเซล และเบนซิน เครื่องมือพวกนี้ มักถูกใช้ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เพราะนอกจากข้อดีของเครื่องยนต์ที่ไม่ต้องต่อสายไฟแล้ว เครื่องมือยนต์เป็นเครื่องมือที่มีเสียงดัง มีไอเสีย และเปลืองค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันแพงกว่าไฟฟ้ามาก

เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากทำงาน DIY ไม่ว่าจะในกลุ่มไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทำสวนหรือทำสวย จะทำอาหาร งานไม้ งานเหล็ก เราก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ว่าเราจะเลือกเครื่องมืออะไรมาใช้ทำงาน ผมหวังว่าหลักการง่ายๆนี้ จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับงานที่คุณอยากทำได้ ไม่มากก็น้อย

Advertisements

One comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s